โรคเสื่อมสมรรถภาพ โรคที่ฟังแล้วไม่ขำอย่างที่คิด

โรคเสื่อมสมรรถภาพหรือโรคหย่อนสมรรถภาพ คือ อาการที่น้องชายไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอที่จะทำภารกิจส่วนตัวได้ หรือแข็งตัวได้ไม่นาน รวมถึงอาการต่าง ๆ ที่บ่งบอกความเสื่อมสมรรถภาพหรือความบกพร่องของสมรรถภาพ ได้แก่ อาการหลั่งเร็ว หลั่งช้า และการไปไม่ถึงจุดมุ่งหมาย ซึ่งความเสื่อมสมรรถภาพนี้สามารถแบ่งออกเป็นได้หลายระดับ ได้แก่ “อาการเสื่อมสมรรถภาพในระดับต่ำ” ซึ่งน้องชายของผู้ป่วยจะยังสามารถแข็งตัวสำหรับการทำภารกิจส่วนตัวได้ทุกครั้ง, “อาการเสื่อมสมรรถภาพในระดับปานกลาง” คือ น้องชายของผู้ป่วยจะยังสามารถแข็งตัวสำหรับการทำภารกิจส่วนตัวได้เป็นบางครั้ง ส่วนหากผู้ป่วยมีอาการ “เสื่อมสมรรถภาพในขั้นรุนแรง” น้องชายของผู้ป่วยจะไม่สามารถแข็งตัวสำหรับการทำภารกิจส่วนตัวได้เลย

 
โรคเสื่อมสมรรถภาพ ร้ายแรงถึงบ้านแตกได้ และเกิดได้จากหลายสาเหตุ
-เกิดจากความเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติซึ่งจะพบมากในผู้สูงอายุ
-เกิดจากความการลดระดับของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
-เกิดจากอาการบาดเจ็บของร่างกาย และอาการผิดปกติของเส้นประสาทรับความรู้สึกจากน้องชาย และความบกพร่องของน้องชาย
-เกิดผลของการใช้ยาบางตัว เช่น ยาระงับประสาท ยาความดันโลหิตบางชนิด ยาโรคหัวใจ ยาต้านอาการซึมเศร้า หรือผลข้างเคียงจากการผ่าตัด
-เกิดจากสาเหตุทางด้านจิตใจ ได้แก่ ความโกรธ โรคซึมเศร้า ความเครียด ความกดดันและความวิตกกังวง เป็นต้น
-อาการเหนื่อยล้า
-เกิดจากโรคหัวใจและภาวะความดันโลหิตสูง
-การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ
-การสูบบุหรี่
 
 
นกเขาไม่ขัน ชื่อเล่นขำขันของโรคเสื่อมสรรถภาพ แต่เป็นแล้วไม่ขำ ต้องรีบป้องกัน
-งดการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้สารเสพติด
-ผ่อนคลายความตึงเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงพูดคุยทำความเข้าใจกับคู่สมรส
-ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
-รับประทานอาหารทะเลหรืออาหารที่มีส่วนผสมของโอเมกา 3 เพื่อให้เส้นเลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น
-รับประทานผักผลไม้เพื่อเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ให้แก่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย
-ตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำทุกปี


โรคเสื่อมสมรรถภาพ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดขึ้นในผู้ที่ยังไม่อยู่ในวัยชรา ซึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพ นอกจากปัญหาทางด้านสภาพร่างกายแล้วก็คือปัญหาทางด้านสภาพจิตใจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือการทำจิตใจให้เบิกบาน แจ่มใส ไม่เครียด รวมถึงการพูดคุยกับคู่สมรมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ภารกิจส่วนตัวของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น และหากคุณเริ่มมีอาการที่บ่งบอกถึงความเสื่อมสมรรถภาพการปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำชี้แนะที่ถูกวิธีจะเป็นหนทางการรักษาที่ดีที่สุด