ภัยเงียบใกล้ตัว จากความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตต่ำ


 
ความดันโลหิต คือ ความดันของเลือดแดงที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย ซึ่งในขณะที่หัวใจเต้นแต่ละครั้งจะเกิดความดันสูงสุดในช่วงการบีบตัวของหัวใจและความดันต่ำสุดในช่วงที่หัวใจคลายตัว สำหรับภาวะความดันเลือดปกติจะอยู่ในช่วงระหว่าง 90-119 มิลลิเมตรปรอท ในขณะที่หัวใจบีบตัว และระหว่าง 60-79 มิลลิเมตรปรอทในช่วงที่หัวใจคลายตัว ซึ่งหากมีความดันเลือดต่ำหรือสูงกว่าช่วงดังกล่าวแสดงว่าคุณอาจมีภาวะความดันโลหิตต่ำหรือภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในเรื่องของสุขภาพร่างกายได้

ความดันโลหิตสูง แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 คือ คนที่มีความดันเลือดในช่วงหัวใจบีบตัวอยู่ระหว่าง 120-139 มิลลิเมตรปรอท และมีความดันเลือดในช่วงหัวใจคลายตัวอยู่ในช่วง 80-89 มิลลิเมตรปรอท
ระยะที่ 2 คือ คนที่มีความดันเลือดในช่วงหัวใจบีบตัวอยู่ระหว่าง 160-179 มิลลิเมตรปรอท และมีความดันเลือดในช่วงหัวใจคลายตัวอยู่ในช่วง 100-109 มิลลิเมตรปรอท ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจะมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา ที่ร้ายแรงมาก ๆ เช่น โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในสมอง ส่วนความดันโลหิตต่ำ คือ คนที่มีความดันเลือดในช่วงหัวใจบีบตัวน้อยกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท และมีความดันเลือดในช่วงหัวใจคลายตัวน้อยกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท


ความดันโลหิต สูงหรือต่ำ สังเกตตัวเอย่างได้อย่างไร ก่อนต้องพบแพทย์
-อาการโรคความดันโลหิตสูง คือ มักจะมีอาการปวดศีรษะแบบมึนงง สมองตื้อ ตาพร่ามัว เหนื่อยง่าย หายใจหอบ ในบางรายอาจมีเลือดกำเดาออก รวมถึงมีภาวะแน่นหน้าอกซึ่งบ่งบอกถึงโรคแทรกซ้อน คือ โรคหัวใจขาดเลือดซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้
-อาการโรคความดันโลหิตต่ำ ที่พบบ่อย คือ มักจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม มีเหงื่อออกมาก ตาพร่า ตาลาย หายใจเร็ว เหนื่อยหอบ มือเท้าเย็น รวมถึงผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำมากอาจทำให้เกิดอาการชักและหมดสติได้

แค่เปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ ก็ห่างไกลโรคความดันโลหิต สูงหรือต่ำได้
-วิธีป้องกันโรคความดันโลหิตสูง คือ หลีกเลี่ยงหรือลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงความเครียด ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
-วิธีป้องกันโรคความดันโลหิตต่ำ คือ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่โดยเน้นผัก ผลไม้ ไม่ควรเปลี่ยนท่าหรืออิริยาบถอย่างรวดเร็ว หมั่นออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตต่ำเป็นภัยเงียบที่อาจส่งผลร้ายต่อร่างกายถึงขั้นรุนแรงได้อย่างกะทันหัน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงของโรค ทั้งโรคความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตต่ำดังที่กล่าวมา รวมถึงควรตรวจวัดความดันเป็นระยะเพื่อจะได้หาทางป้องกัน แก้ไข และรักษาโรคได้อย่างทันท่วงที