10 วิธี บอกลาบุหรี่ ติดหนักแค่ไหนก็เลิกขาดได้


 
บุหรี่เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่ภายในไส้ของบุหรี่จะประกอบด้วยส่วนประกอบด้วยใบยาสูบตากแห้งที่นำไปผ่านกระบวนการทางเคมีและมีการใส่สารเคมีอื่น ๆ เข้าไปเป็นส่วนประกอบมากมาย ได้แก่ อะซีโตน, นิโคติน, เบนซีน, สารหนู, อะลูมิเนียม, แอมโมเนีย, ทาร์, มีเทน, แมกนีเซียม, เอทิลแอลกอฮอล์, ฟอร์มัลดีไฮด์, แคดเมียม, คาเฟอีน เป็นต้น
 
  • สารเคมีในบุหรี่ที่ทำให้ผู้สูบติดคือสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นประสาทที่มีผลเป็นสารเสพติดอีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยลดการอยากอาหาร รวมถึงสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในบุหรี่ยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอด ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความถี่ของการสูบด้วย แต่สำหรับคนที่ต้องการเลิกสูบหรี่อย่างถาวรเพื่อสุขภาพที่ดีวันนี้เรามีข้อแนะนำมาฝากกัน


    10 ตัวช่วยและวิธีการเลิกบุหรี่ ให้ได้ผล
    1.ตั้งเป้าหมายและทำจิตใจให้เข้มแข็ง เนื่องจากเรื่องของจิตใจเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเลิกบุหรี่ และต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะต้องเลิกบุหรี่อย่างถาวรให้ได้
    2.ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ให้หมด
    3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในกลุ่มของผู้ที่สูบบุหรี่ หรืองดเว้นการเที่ยวกลางคืนและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำให้อยากสูบบุหรี่
    4.รวมกลุ่มเพื่อนเลิกบุหรี่ ทำคนเดียวอาจจะท้อ ไหน ๆ ก็จะเลิกแล้ว ชวนเพื่อนทำสิ่งดี ๆ ด้วยเลย หมั่นให้กำลังใจกันและกัน จะท้าเดิมพันสนุก ๆ กันก็ได้
    5.เพิ่มปริมาณการดื่มน้ำสะอาดเพื่อช่วยกำจัดสารนิโคตินออกจากร่างกาย
    6.หากิจกรรมอื่นทำในช่วงเวลาที่ใช้ในการสูบบุหรี่ อย่างเช่น การออกกำลังกาย, อ่านหนังสือ, ทำงานหรือเล่นเกมส์แทน
    7.ใช้มะนาวเป็นตัวช่วยเมื่อเกิดอาการอยากบุหรี่ ด้วยการหั่นมะนาวทั้งเปลือก เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาอมเมื่อเกิดอาการอยากบุหรี่ เพราะรสของมะนาวจะช่วยลดอาการอยากบุหรี่ได้
    8.เริ่มจากการลดปริมาณการได้รับนิโคตินโดยใช้ตัวช่วย เช่น ชาเลิกบุหรี่ สมุนไพรเลิกบุหรี่ ลูกอมเลิกบุหรี่ หรือหมากฝรั่งเลิกบุหรี่ เป็นต้น
    9.อาจจะใช้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนในช่วงแรก ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ไม่ดีนัก แต่จะทำให้ช่วยลดปริมาณการสูบบุหรี่รวมถึงสารนิโคตินที่เข้าสู่ร่างกายได้
    10.เข้าร่วมกลุ่มบำบัดการสูบบุหรี่เพื่อให้ได้รับคำปรึกษาในการเลิกบุหรี่ที่เป็นขั้นตอนถูกต้อง

หลังเลิกบุหรี่ควรดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อไม่ให้กลับไปสูบอีก
1.งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาทิเช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะส่งเสริมให้ความอยากสูบบุหรี่กลับมา
2.เน้นการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง ผักใบเขียว นมสด และปลา เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้สุขภาพ
3.หากิจกรรมทำยามว่าง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือหางานอดิเรกทำ เพื่อไม่ให้ใช้เวลาว่างไปกับการสูบบุหรี่อีก
4.เมื่อสามารถเลิกบุหรี่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือน หลายคนอาจจะมีอาการกระวนกระวาย นอนไม่หลับ ซึ่งต้องใช้ความอดทนแล้วอาการเหล่านั้นจะหายไป แต่หากเวลาผ่านไปแล้วไม่รู้สึกดีขึ้นให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีการหรือตัวช่วยเพื่อเลิกสูบบุหรี่ด้วยวิธีการไหน แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับวิธีการและตัวช่วยในการเลิกสูบบุหรี่ก็คือการดูแลตัวเองเมื่อเลิกบุหรี่ได้แล้ว เพื่อให้คุณเลิกบุหรี่ได้อย่างถาวรและไม่ให้กลับไปสูบและติดบุหรี่อีก นั่นก็เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นของตัวเองและคนรอบข้างทั้งสิ้น