ไต อวัยวะสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามการดูแล

ไต เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียและขับออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ นอกจากนี้ยังเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่สร้างสารเพื่อช่วยในการควบคุมความดันโลหิต ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยควบคุมปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ช่วยขับเกลือแร่ส่วนเกินที่ไม่จำเป็นออกทางปัสสาวะ เพราะฉะนั้นเมื่อไตทำงานบกพร่อง ของเสียหรือแร่ธาตุส่วนเกินจึงยังถูกสะสมในร่างกายทำให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคภูมิแพ้ตนเอง เป็นต้น

 
รักตัว ต้องรักษ์ไต วิธีปฏิบัติตนเพื่อให้ไตเป็นปกติ
-ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน โดยไม่ควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากหรือน้อยจนเกินไปเพื่อให้ไตทำงานได้อย่างสมดุลและไม่ต้องทำงานหนักกว่าปกติ
-รับประทานอาหารที่ปรุงรสในปริมาณที่พอดี หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นเค็มจัด หวานจัด เพราะทำให้ไตทำงานหนักเกินความจำเป็น
-งด และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของโซเดียมสูง โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวและอาหารสำเร็จรูป โดยแนะนำว่าให้ดูส่วนผสมข้างภาชนะบรรจุก่อนที่จะซื้อมาบริโภคเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุที่ไม่จำเป็นมากเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุที่ต้องทำให้ไตทำงานหนัก
-หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการกระแทกบริเวณสีข้าง
-งดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เนื่องจากส่งผลเป็นพิษต่อไต
-รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะปกติ
-ใช้ยาอย่างระมัดระวังโดยอยู่ภายใต้การแนะนำและการดูแลของแพทย์โดยเฉพาะยาในกลุ่มสเตียรอยด์เนื่องจากส่งผลต่อการทำงานของไต
-ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
 
เสียงสะท้อน สัญญาณเตือนจากไต ว่ากำลังมีเหตุผิดปกติ
-อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ตัวซีด เบื่ออาหาร
-มีอาการคันและบวมตามบริเวณต่าง ๆ ได้แก่ แขน ขา หน้า บริเวณใต้ตา
-ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปัสสาวะขัด ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะมีเลือดปนออกมา
-ปวดท้องน้อยเวลาปัสสาวะ โดยเฉพาะในเพศหญิง
-ปวดเอว ปวดหลังและร้าวไปถึงท้องน้อยหรือหัวหน่าว
-มีภาวะความดันโลหิตสูงผิดปกติ


อย่างไรก็ตามถึงแม้เราจะคิดว่าดูแลตัวเองได้อย่างดีที่สุดแล้ว แต่หากว่าสังเกตพบความผิดปกติที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงของการเป็นโรคไตเบื้องต้น ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย แต่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยด่วนเนื่องจากการรักษาโรคตั้งแต่ตรวจเจออาการเบื้องต้นยังมีโอกาสรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตไปตามปกติได้ แต่หากพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังหรือเป็นโรคไตในระยะร้ายแรงจะต้องทำการรักษาด้วยวิธีการฟอกไต หรือการปลูกถ่ายไตซึ่งต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัย รวมถึงการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด