อาหารที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

เบาหวาน เป็นกลุ่มโรคที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเสียสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากเซลล์ในร่างกายเกิดความผิดปกติอันเนื่องมาจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินบกพร่อง ทำให้กระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานลดลง เมื่อน้ำตาลไม่ได้ถูกนำไปใช้ จึงทำให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่สูงกว่าผิดปกติ ระดับของน้ำตาลในเลือดที่มากกว่าปกติซึ่งบ่งบอกภาวะของการเป็นโรคเบาหวาน คือ มากกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเหนื่อยล้า ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย คลื่นไส้ ตาพร่ามัว น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดศีรษะซึ่งอาการเหล่านี้จะไม่บ่งชี้โดยชัดเจนนัก เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีอาการของโรคเบาหวานควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย และเพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา รวมถึงต้องคอยดูแลเรื่องสุขภาพในชีวิตประจำวันเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและไม่ให้เกิดภาวะฉุกเฉินหรือภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานขึ้น

 
"เบาหวาน" ตรงตัวเลย เบา ๆ เพลาๆ อาหารหวานลงบ้าง รวมถึงผลไม้ด้วย
-ไม่ควรรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทุกชนิด อาทิเช่น ขนมหวานทุกชนิด เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง อย่างเช่น น้ำอ้อย น้ำเก๊กฮวย น้ำลำไย น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง นมปรุงแต่งที่ใช้สารเพิ่มความหวาน โยเกิร์ต นมเปรี้ยว รวมไปถึงชา กาแฟปรุงสำเร็จต่าง ๆ
-งดการรับประทานผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน ลำไย เงาะ แต่ให้เน้นการรับประทานผักใบเขียว ทุกชนิด ซึ่งรับประทานได้อย่างไม่จำกัดแทน
-รับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต คือ แป้ง ในปริมาณที่เหมาะสมและต้องไม่มากเกินไป โดยรับประทานให้เหมาะกับพลังงานที่ต้องการใช้ เพื่อเป็นการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
-รับประทานอาหารให้มีความหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม โดยไม่เลือกรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือประเภทใดประเภทหนึ่งซ้ำกันในปริมาณมากจนเกินไป
 
 
ยังไม่เป็นให้ระวัง หากเป็นแล้วต้องดูแลตัวเองให้ดี และเอาใจใส่อย่างเคร่งครัด  
-ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการฉีดอินซูลิน ให้ระวังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ออกกำลังกายมากเกินไป รับประทานอาหารน้อยเกินไป หรือรับประทานอาหารผิดเวลา เป็นต้น
-ภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ได้แก่ “ความดันโลหิตสูง” ซึ่งอาจส่งผลทำให้หัวใจล้มเหลว, “ปัญหาเรื่องการมองเห็น” เนื่องจากหลอดเลือดในตาถูกทำลาย, “ภาวะไตเสื่อม” เนื่องจากการไม่สามารถกรองของเสียออกจากร่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ”โรคทางระบบประสาท” เนื่องจากน้ำตาลในกระแสเลือดสูงจนไปทำลายการตอบสนองของเส้นประสาท
-ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด


ทั้งผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานเองต้องให้ความสำคัญกับอาหารที่รับประทานเป็นอย่างมาก เนื่องจากร่างกายไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลในเลือดเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ตามปกติ เพราะฉะนั้นการรักษาระดับน้ำตาลให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจทำให้เกิดภาวะฉุกเฉินหรือภาวะแทรกซ้อนของโรคที่ทำให้เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้